10 พฤติกรรมเสือโคร่ง สัตว์สงวนที่เราต้องช่วยกันอนุรักษ์

10 พฤติกรรมเสือโคร่ง สัตว์สงวนที่เราต้องช่วยกันอนุรักษ์

10 พฤติกรรมเสือโคร่ง สัตว์สงวนที่เราต้องช่วยกันอนุรักษ์

  • Grace
  • กุมภาพันธ์ 27, 2021
  • 0 comments

เสือโคร่ง หรือ  Panthera tigris เป็นสัตว์หนึ่งในตระกลูเสือ ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ และว่ากันว่าเป็นสัตว์ป่าที่น่าเกรงขามในกลุ่มสัตว์ป่ามาก ๆ เสือโคร่งในปัจจุบัน อยู่ในสถานะสงวน หรือคงให้รักษาเอาไว้ เนื่องจากใกล้จะสูญพันธุ์เต็มที่แล้ว ดังนั้นบทความของเราในวันนี้ เลยมี 10 พฤติกรรมเสือโคร่ง สัตว์สงวนที่เราต้องช่วยกันอนุรักษ์ มาให้ทุกท่านได้ทำความรู้จัก รับรองว่าเมื่อท่านเห็นพฤติกรรมความน่ารักของมัน ท่านจะต้องอยากรักษาให้คงอยู่สืบไปแน่นอน

ทำความรู้จักเสือโคร่ง

ว่ากันว่าเสือโคร่งมีจำนวนโครโมโซมทั้งหมด 38 โครโมโซม (2 N = 38) มีความยาวโดยเฉลี่ยจากหัวไปจนถึงโคนหาง 1.4–2.8 เมตร หางยาว 60–95 เซนติเมตร น้ำหนักตัวอยู่ที่ 130–260 กิโลกรัม มีขนลำตัวสีน้ำตาลเหลืองหรือเหลืองอมส้ม มีลายสีดำ พาดขวางตลอดทั้งลำตัวเป็นจุดเด่น ซึ่งลายเส้นนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเท่านั้น เสือโคร่งแต่ละตัวจะมีลายไม่เหมือนกัน ส่วนหางมีแถบดำเป็นบั้ง ๆ หรือวงสีดำสลับน้ำตาล ปลายหางมีสีดำ โดยไม่มีพู่เหมือนสิงโต แม้จะเป็นสัตว์ในสกุลเดียวกันก็ตาม หางของเสือโคร่งมีความยาวประมาณครึ่งหนึ่งของลำตัว ใช้สำหรับการทรงตัวโดยเฉพาะเวลากลับตัวกระทันหัน นอกจากนี้แล้วการขยับของหางเสือโคร่งยังสามารถใช้บ่งบอกถึงอารมณ์ ความรู้สึกเหมือนกับแมวบ้าน ใช้ในการสื่อสารกับเสือโคร่งตัวอื่น ขนใต้คาง คอ และใต้ท้องเป็นสีขาว ขนเหนือบริเวณตาเป็นสีขาวหรือเป็นแถบหรือเส้นสีดำพาดขวางเช่นกัน หลังใบหูมีสีดำและมีจุดสีขาวนวลอยู่ตรงกลาง อายุโดยเฉลี่ย 15–20 ปี เท่านั้น

เสือโคร่ง

เสือโคร่งพบการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปในทวีปเอเชีย ตั้งแต่เอเชียตะวันออกจนถึงตะวันออกกลาง เป็นสัตว์ที่ปรับตัวให้อยู่ในภูมิประเทศต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี แม้แต่ในพื้นที่หนาวเย็นอย่างไซบีเรีย หรือแห้งแล้งเป็นทะเลทราย มันก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้แบบสบาย ๆ เสือโคร่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือเสือโคร่งดำ และเสือโคร่งขาว โดยเสือโคร่งดำเป็นเสือโคร่งที่มีสีดำ แต่ยังเป็นที่ยืนยันแน่ชัดว่ามีอยู่จริงหรือไม่ เพราะขาดหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ แม้จะมีการรายงานว่าพบอยู่บ่อยครั้งก็ตาม ส่วนเสือโคร่งขาว มีรูปร่างเหมือนเสือโคร่งปรกติ แต่มีขนพื้นสีขาวและลายสีน้ำตาลเข้ม ม่านตาสีฟ้า เป็นเสือโคร่งที่คุ้นตาผู้คนมากกว่าแบบบแรก หรือจะอธิบายให้ภาพง่าย ๆ มันก็คือเสือโคร่งที่เราเห็นกันตามสวนสัตว์แห่งต่าง ๆ นั่นเอง

10 พฤติกรรมเสือโคร่ง สัตว์สงวนที่เราต้องช่วยกันอนุรักษ์

1. เสือโคร่งเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์ ในสัตว์ตระกูลแมวใหญ่ โดยเฉพาะเสือโคร่งชนิด South China มีแนวโน้มว่าจะสูญพันธุ์มากที่สุด เพราะพบอาศัยอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ในปัจจุบันประมาณ 60 ตัวเท่านั้น

2. เสือโคร่งไม่พบการอาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา ส่วนใหญ่แล้วจะอาศัยอยู่ในทวีปเอเชีย กระจายตัวทั่วไปจนถึงประเทศจีนทางใต้

3. เสือโคร่งในกรงเลี้ยงสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 20 ปี ในขณะที่เสือโคร่งในป่าธรรมชาติสามารถมีชีวิตอยู่ได้เพียง 10 ถึง 15 ปี เท่านั้น

4. เสือโคร่งสายพันธุ์ Siberian มีขนาดลำตัวที่ใหญ่ที่สุดโดยมีขนาดเฉลี่ยอยู่ที่ 9 ฟุต 8 นิ้ว และมีน้ำหนักเฉลี่ย 540 ปอนด์ เพราะมันอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตหนาว ของประเทศรัสเซีย และตอนเหนือของประเทศจีน

5. เท้าหน้าของเสือโคร่งจะมีนิ้วเท้า 5 นิ้ว ส่วนนิ้วเท้าขาหลังจะมีอยู่แค่เพียง 4 นิ้วในเท้าแต่ละข้าง

พฤติกรรมเสือโคร่ง

6. เสือโคร่งจะมีฟันน้ำนมจำนวน 24 ซี่ และจะเริ่มขึ้นเมื่ออายุประมาณ 10 – 14 วัน

7. รอยเท้าของเสือโคร่งสามารถสังเกตได้ ซึ่งจะแตกต่างจากรอยเท้าของสุนัข บางครั้งสามารถระบุได้ว่าเป็นสัตว์ในตระกูลเสือ

8. เสือโคร่งไม่สามารถที่จะส่งเสียงขู่ได้ เหมือนลักษณะเด่นที่จะพบได้ในแมว

9. แม้จะโกนขนของเสือโคร่งออกให้หมด เสือโคร่งก็จะยังคงมีลายเหมือนเดิม

10. ดวงตาของเสือโคร่งจะไม่เหมือนดวงตาของแมวบ้าน คือตาของเสือโคร่งจะมีรูม่านตาที่กลม แต่ในขณะที่รูม่านตาของแมวจะเป็นวงรี

สัตว์ป่าทุกชนิด ไม่ใช่แค่เสือโคร่งเท่านั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ และเป็นการสร้างระบบนิเวศน์ที่ดีมาก ๆ ดังนั้นเราทุกคนต้องช่วยกันดูแล และอนุรักษ์ให้เขามีชีวิตยืนยาวต่อไป

อ่านบทความน่ารู้อื่น ๆ ได้ที่เว็บไซต์ของเรา itguidesth